เครื่องบดกาแฟร้อนๆ VS เครื่องบดกาแฟเย็นๆ
Posted by admin on 11 Nov 2009 | Tagged as: เครื่องบดกาแฟ
ไม่ได้หมายถึงการแยกเครื่องบดสำหรับใช้กับกาแฟร้อนหรือสำหรับใช้กับกาแฟเย็นนะครับ แต่หมายถึงเครื่องบดมันร้อนจากการบดกาแฟ
สาเหตุหลักเกิดจาก
-เครื่องบดถูกบดต่อเนื่องนานเกินไป หรือเปิดบดติดต่อกันบ่อยๆในชั่วโมงเร่งด่วน
-เฟืองบดเริ่มไม่คม ทำให้เฉือนตัดกาแฟไม่ดี
-ความเร็วรอบที่สูง เครื่องบดกาแฟส่วนใหญ่จะมีความเร็วรอบที่สูงประมาณ 1400 รอบต่อนาที รอบยิ่งสูงจะทำให้เกิดความร้อนได้มาก
-ขนาดเฟืองบดที่เล็ก ทำให้ต้องใช้เวลาบดนานขึ้น
ความร้อนที่เกิดขึ้นของเครื่องบดจะถ่ายเทไปยังผงกาแฟทำให้คุณภาพของผงกาแฟถูกทำลายไปอย่างน่าเสียดาย
ตอนเราเจอปัญหานี้ เพื่อนเรา หมอพร แนะนำให้ซื้อเครื่องบดขนาดเดิมมาเพิ่ม ตัวไหนเริ่มร้อนก็เปลี่ยนไปใช้อีกตัวเหตุผลเข้าท่าดี ประหยัดงบและเผื่อเอาไว้ใช้งานได้หลากหลายด้วย

แต่ผมอยากลองเครื่องบดที่ใช้เฟืองบดแบบ conical ที่เราไม่เคยใช้ดู หลังจากท่องเวปเทียบสเปค มาหลายรอบ ไปถูกใจเอาเครื่องบดของ Mazzer รุ่น Robur ผมเลือกตัวที่ใช้ไฟฟ้า 3 เฟส เพื่อให้ได้ขนาดเฟืองบดแบบ conical ขนาดใหญ่ที่สุดคือ 83 มม. ความเร็วรอบ 420 รอบ/นาที ใหญ่โตมโหฬารจริงๆ เมื่อเทียบกับ La Scala MX ที่ใช้อยู่ ก็พอใจกับหลายๆอย่างที่ได้มา เช่น หมดปัญหาเรื่องความร้อนที่เป็นปัญหาหลักของเรา ได้ผงกาแฟที่ดี รสชาติกาแฟที่ดีขึ้น เวลาบดเสียงไม่ดังมาก
จะมีข้อเสียเรื่องของ Doser ในส่วนของผงกาแฟที่ปัดลงมาตกไม่ตรงกับก้านชง และสปริงก้านปัด (Doser Lever Return Spring ) ชอบหัก แต่ก็สามารถโมดิฟายได้
ผมใช้เวลาในการพิจารณาอย่างมาก ก่อนนำเข้า Mazzer Robur นอกจากราคาที่สูงมากแล้ว ยังไม่มีประกันอีก เนื่องจากนำเข้าเอง (ต้องรบกวนให้เพื่อนนำเข้า) ซ้ำยังไม่เคยเห็นเคยจับตัวจริงมาก่อน ได้แต่อ่านเวปบอร์ดต่างประเทศ เห็นร้านดังๆเขาเลือกใช้กันมาก จึงคิดว่าไม่น่าพลาด
หลังจากใช้งานเครื่องบดตัวเขื่องจนประทับใจ วันหนึ่งทาง Espresso Friend บอกกับผมว่าว่าจะนำเข้า เครื่องบด Compak รุ่นที่ใช้เฟืองบด Conical รุ่น K10 WBC มาจำหน่าย ให้สเปคมาว่า ใช้เฟืองบดขนาด 68 มม. ความเร็วรอบ 340 รอบ/นาที มีประกันชั้นยอด ดูแลกันตลอดอายุการใช้งาน
รอบนี้ผมไม่ต้องใช้เวลาตัดสินใจนานเลย รีบสั่งมาประจำบนบาร์ของเราเพิ่มทันที ก็ไม่ผิดหวังครับ K10 จะชนะเรื่องความคุ้มค่า ง่ายในการใช้งาน โดสกาแฟเที่ยงตรง ทำความสะอาดง่าย แต่งานประกอบยังเป็นรอง Robur
ได้เครื่องบดกาแฟเย็นๆถูกใจเลย แต่จ่ายเงินทีบาริสต้าร้อนจนเหงื่อตกครับ
6 Comments »
on 14 Nov 2009 at 4:08 pm 1.พร said …
ทีมยุแยงขอทำงานอีกรอบ พี่ณรงค์ไม่สนใจ la cimbali max เหรอครับ เป็นลูกครึ่ง conical กับ flat burr ราคาไม่แรงมาก เอามาแทน la scala ละกัน
ขอให้ร้านขายดีจนต้องเปลี่ยนเครื่องคั่วใหม่เลยนะพี่ เอาซัก 12 โลเลยนะ อิอิ
on 14 Nov 2009 at 8:34 pm 2.admin said …
Mx ผมขายไปนานแล้วครับ
ตอนนี้อยากได้ Retail Grinder เพราะมีลูกค้าสั่งให้บดทีละหลายกิโล
แหะ แหะ เอา 12 กิโลเลยเหรอ
on 20 Nov 2009 at 3:33 pm 3.Pattaya said …
ขอบคุณครับสำหรับบทความดีๆ
ปล.อีกหน่อยมีเครื่องจะใช้เมล็ดกาแฟที่ร้านพี่เลย อิอิ
on 08 Dec 2009 at 5:22 pm 4.ปอง said …
ผมแอดblogนี้เป็นอีกหนึ่ง my favourite ครับ ถ้าผมได้กลับบ้านต้องไปอุดหนุนที่ร้านแน่นอนครับ (ผมเป็นbaristaอยู่ที่ Sydney ครับ)ผมเชื่อมีไม่มาำกร้านกาแฟในประเทศไทยที่ ใช้ La marzocco คู่กะ Mazzer แน่นอนครับ เป็นคู่ในใจผมเลยละครับ นับว่าคนแถวนั้นโชคดีมากๆครับ
จะติดตามอ่าน blog นะครับ
on 09 Dec 2009 at 6:46 am 5.admin said …
ยินดีต้อนรับครับคุณปอง ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาเขียน blog เลย งานยุ่งมากๆ
ไม่ทราบว่าใช่ ปอง ที่ผมเคยอ่านเจอในร้อยตะวัน ที่เคยเปิดร้านกาแฟแถววิภาวดีหรือเปล่า ยังไงก็ยินดีที่ได้รู้จักครับ
on 10 Dec 2009 at 5:32 pm 6.ปอง said …
ผมยังไม่เคยมีร้านอะครับ ในร้อยตะวันผมใช้ชื่ิอ ponganes ครับ
ีีรออ่านตอนต่อไปนะครับ