เริ่มแรกตั้งแต่เปิดร้านขายกาแฟ ผมใช้กาแฟคั่วที่สั่งมาจากโรงคั่วเพียงแห่งเดียว แต่สั่งเมล็ดกาแฟคั่วมา 2 ระดับ คือคั่วอ่อนกับคั่วเข้ม นำมาผสมกันตามอัตราส่วนที่เราชอบ แต่ผมพบว่ามันได้กลิ่นรสไปในแนวๆเดียวกัน เนื่องจากใช้สารกาแฟจากที่เดียวกัน คั่วจากคนคั่วและเครื่องคั่วตัวเดียวกัน
จึงได้ลองสั่งกาแฟจากโรงคั่วอีกแห่งมาเบลนด์ เพื่อให้ได้ความหลากหลายในรสชาติ และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะร้านของเรา ซึ่งผมก็ถูกใจสั่งกาแฟจากสองที่มาเบลนด์ขายอยู่ประมาณ 4 ปี แต่แล้วก็ประสบปัญหาหลายอย่าง เช่น
- ต้องสั่งกาแฟปริมาณมาก เพื่อให้ได้ส่วนลด ซึ่งจะเป็นการลดต้นทุน แต่เป็นข้อผิด พลาดข้อสำคัญ เพราะยิ่งใช้กาแฟที่สั่งมานานวันขึ้นเท่าไหร่ กาแฟคั่วก็จะลดคุณภาพลงไปเรื่อยๆ
- ความไม่คงที่ของระดับการคั่ว บางครั้งเข้มไปบางครั้งอ่อนไปจากระดับที่เราสั่ง จะทักท้วงบ่อยๆก็เกรงใจ
- เมล็ดกาแฟที่คั่วมาแล้ว ยังมีเศษหิน,โลหะปะปน ทำให้เครื่องบดมีปัญหา ซึ่งเราต้องเสียเวลาต้องนำกาแฟที่คั่วแล้วมาคัดมืออีก
สรุปคือมันยังไม่ได้อย่างที่ใจเราต้องการ บวกกับปริมาณกาแฟคั่วที่เราต้องใช้ก็เพิ่มมากขึ้น ก็เลยคิดว่าถึงเวลาแล้ว น่าจะลองศึกษาเรื่องคั่วกาแฟใช้เอง
มีคนที่หลงใหลในการดื่มกาแฟจำนวนมาก ที่ต้องการจะทำกาแฟดื่มเองที่บ้าน     โดยเริ่มจากหาซื้อหาเครื่องชงกาแฟมาชงเองที่บ้าน ไปซื้อกาแฟที่คั่วบดแล้วมาชง อันดับต่อมาก็ต้องหาเครื่องบดกาแฟ แล้วซื้อกาแฟคั่วแบบเป็นเมล็ดมาบดแล้วชงเลย หนักๆเข้าก็ต้องหาเครื่องคั่วกาแฟสำหรับใช้ในบ้านมาลองคั่วเอง แล้วสั่งเมล็ดกาแฟดิบจากแหล่งต่างๆทั่วโลกมาลองคั่ว มันเป็นความสุขที่ได้เรียนรู้ ชิมทดสอบและทำทุกอย่างด้วยตัวเอง
ชงกินเองที่บ้านยังขนาดนี้ แล้วผมเปิดร้านขายกาแฟเป็นอาชีพก็คงน้อยหน้าไม่ได้จริงๆครับ